วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

10อันดับนักบอลที่เก่งที่สุดในโลก2013


10. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
“กองกลางมหัศจรรย์ของอังกฤษ” สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยอดกัปตันทีมแห่งค่าย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มี ชื่อเต็มว่า สตีเว่น จอร์จ เจอร์ราร์ด เข้าสู่เส้นทางลูกหนังจากการลงเล่นให้กับโรงเรียนคาร์ดินัล ฮีแนน คาธอลิก ไฮจ์สคูล ในเวสต์ดาร์บี้ เมืองลิเวอร์พู เจอร์ราร์ด ขึ้นชื่อเรื่องความทุ่มเทเต็ม 100 ทุกนัดห็ว่าได้ในการลงสนามให้กับลิเวอร์พูล เขาเป็นทุกอย่างของหงส์แดงในเวลานี้ จนซีดานกลาองระดับเวิร์ดคลาสเคยยกย่อง เจอร์ราร์ด ว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าขาดเจอร์ราร์ด์ไปจะนักเตะแบบนี้ได้อีกหรือไม่
9.ดิดิเยร์ ดร็อกบาร์
ดร็อกบา ระเบิดฟอร์มได้สุดยอดในฤดูกาล 2006-07 เมื่อเหมาคนเดียวถึง 33 ประตูรวมทุกรายการ และทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ทำประตูให้เชลซีได้ มากที่สุด นับตั้งแต่ที่ เคอร์รี่ ดิ๊กสัน เคยทำได้ และ 20 ประตูที่ทำได้ในลีก ก็ทำให้เขาคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ชิพไปครอง นอกจากนั้น การลงสนามทั้งหมด 60 นัด ยังทำให้เขาเป็นนักเตะที่ลงสนามต่อซีซั่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย
ดร็อกบา ย้ายจาก โอลิมปิก มาร์ก เซย มาร่วมทีมเชลซี ในช่วงซัมเมอร์ปี 2004 ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ ดร็อกบาย้ายจากไอวอรี่โคสต์ มาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนจะเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในตำแหน่งแบ็กขวา หลังจากที่ได้เล่นให้กับสโมสรเล็กๆ มาแล้วหลายครั้ง ดร็อกบา ก็ตัดสินใจที่จะปฏิเสธข้อเสนอการทดสอบฝีเท้ากับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนจะร่วมทีม เลอ ม็องส์ ในดิวิชั่น 2 ของเมืองน้ำหอมก่อนที่จะโด่งดังจนถึงในเวลานี้
8. เวย์น รูนี่ย์
“เปเล่ขาวของชาวอังกฤษ” เวย์น รูนี่ย์ มีชื่อเต็มว่า เวย์น มาร์ค รูนี่ย์ เข้าร่วมทีมเยาวชนของเอฟเวอร์ตันด้วย ฝีเท้าที่ฉกาจกรรจ์เกินวัย บวกกับพรสวรรค์ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ทำให้ รูนี่ย์ เติบโตขึ้นในวงการลูกหนังได้อย่างไม่อยากเย็น โดยตอนที่อายุ 14 ปี เขาก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในทีมเยาวชนชุดไม่เกินอายุ 19 ปี แล้ว และสามารถรับมือกับบรรดานักเตะที่อายุมากกว่าได้สบายๆ ในวัย 16 ปี เขาก็โดน เดวิด มอยส์ กุนซือของเอฟเวอร์ตัน ดึงตัวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่แล้ว และก็แจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีก ด้วยการซัดประตูสุดสวยช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปได้ 2-1 เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2002 และประตูชัยของรูนี่ย์ ก็หยุดสถิติไม่พ่ายแพ้มานานถึง 30 นัด ของ อาร์เซน่อล ลงไปได้
รูนี่ย์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่พรสวรรค์สูงที่สุดของอังกฤษ นับตั้งแต่หมด พอล แกสคอยน์ กองกลางอัจฉริยะของพวกเขา แต่กว่า แกซซ่า จะติดทีมชาติก็อายุ 22 ปีแล้ว ขณะที่ รูนี่ย์ เป็นกำลังสำคัญของทีม “สิงโตคำราม” ตั้งแต่อายุ 18 ปี สเวน โกรัน อีริคส์สัน เคยกล่าวยกย่อง รูนี่ย์ ว่าจะกลายเป็นตำนานลูกหนังของโลก เช่นเดียวกับ เปเล่ ของบราซิล โดยที่ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส ตอบคำถามนักข่าวที่ถามถึงการเปรียบเทียบกันระหว่าง เปเล่ กับ รูนี่ย์ ว่า “ก็แค่คนหนึ่งผิวดำ ส่วนอีกคนหนึ่งผิวขาว เท่านั้น”
7. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เป็นกองหน้าฝีเท้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุโรป ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน สโมสร ดังจากอิตาลี เกิดวันที่ ฟังชื่ออาจดูไม่เหมือนคนทางฝั่งยุโรป เนื่องจากพ่อแม่ของเขาเป็นชาวบอสเนียที่อพยพมาอยู่ในประเทศสวีเดน แต่ทว่า ซลาตัน ก็เกิดและเติบโตในย่านใกล้กับเมือง มัลโม้ นั่นคือ โรเซนการ์ด ซึ่งส่วนใหญ่จะที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ
ซลาตัน มีทั้งความเฉียบคมและแข็งแกร่งแบบเหลือเชื่อ บวกกับทักษะที่น่ายกย่องเพราะ ซลาตัน มีรูปร่างที่ใหญ่แต่สามารถเล่นบอลคอลโทรลได้ดีเหมื่อนนักเตะรูปร่างเล็ก และไม่ว่าเขาจะเล่นในห้กับทีมใดก็ตามจะต้องมีแชมป์ลีก กับทุกสโมสรอีกด้วย
6. กาก้า
ดาวเตะรูปหล่อรายนี้ด้วย กาก้า ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2006จากบรรดาสื่อมวลชน โดยมีการทำโพลของ “โอ โกลโบ” นิตยสารในบราซิล ในหัวข้อที่ว่า “ใครคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก” ซึ่งจากผลสำรวจปรากฏว่า กาก้า ได้รับการโหวตถึง 81.5เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่2นั้นเป็น โรนัลดินโญ่ ทีได้ 11เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าในช่วงหลังมานี้ฟอร์มการเล่นจะตกลงไปเยอะ แต่เป็นในช่วงพีค ก็คงจะหยุดเขาอยาก จนทำให้ชาวไทยถึงกับต้องมีเพลงเชิดชูกาก้ากันเลย เชื่อว่าเด็กผีในมืองไทยคงจำกันได้ดี
5. ซามูเอล เอโต้
เอโต้ เข้าร่วมเป็นสมาชิกในทีม เรอัล มาดริด ใน ฐานะนักฟุตบอลฝึกหัดในทีมชุด บี ซึ่งเล่นอยู่ในระดับเซกุนด้า บี ซึ่งไม่อนุญาตให้นักเตะนอกอียูลงทำการแข่งขัน บวกกับด้วยความที่อายุของเอโต้ยังน้อยมากได้ ส่งผลให้ เรอัล มาดริด จึงปล่อยตัวเขาให้ยืมตัวไปหาประสบการณ์ หลายต่อหลายทีม
แต่ทีมสร้างชื่อและทำให้เขา เป็นกองหน้าระดับโลกได้ในเพียงไม่กี่ฤดูกาล ก็คือ บาร์เซโลน่า เอ โต้มีความเร็ว วิ่งไม่มีหมด บวกกับความแน่นอนในการทำประตู เอโต้ ขอเพียงแค่การยิงไม่กี่ครั้งก็เป็นประตู เอโต้ สามารถขยับออกไปเล่นริมเส้นได้ และหน้าเป้า ซึ่งสองตำแหน่งนี้ เอโต้ ก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ
4. อันเดรส อีเนียสตา
อันเดรส อีเนียสตา เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เป็นกองกลางของทีมชาติสเปนในชุดชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ปัจจุบันเขาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในลาลีกา ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 นัดชิงชนะเลิศ เขาทำประตูให้กับฟุตบอลทีมชาติสเปน ในนาทีที่ 116 ในการแข่งขันกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ นับเป็นประตูสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และทำให้เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งนัด (Man of the Match) ของเกมนี้
อีเนียสตา เป็นกองระดับโลกอีกคนหนึ่งที่มีการเล่นที่ยอดเยี่ยมเรื่องการจ่าย เขาจะรู้เสมอว่า เมสซี่จะวิ่งไปทาง ต้องจ่ายบอลอย่างไรถึงเพื่อนจะได้เปรียบ อีเนียสตา เป็นเหมือนนักเตะที่ปิดทองหลังพระให้กับบาร์เซโลน่า เขาคือหูคนสำคัญของซาบี อีกด้วย
3.ซาบี เฮอร์นานเดซ
ชาเบียร์ เอร์นันเดซ อี เกรอุส หรือที่รู้จักกันในชื่อ ชาบี เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน ปัจจุบันเล่นตำแหน่งกองกลางตัวกลางให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในลาลีกา ชาบีได้รับตำแหน่งผู้เล่นแห่งเกมในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2009 ที่เขาทำให้ทีมบาร์เซโลนาชนะสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจนเป็นแชมป์ เขายังได้เป็นผู้เล่นแห่งทัวร์นาเมนต์โดยยูฟ่า ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 เขาเข้าการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติสเปน 93 ครั้ง เขายังมักถูกอ้างว่าเป็น 1 ในกองกลางที่ดีที่สุดที่ยังเล่นอยู่
ซาบี จ่ายบอลได้เปรียบเสมอ เสียบอลยากมีการครองบอลที่ดีเยี่ยม แล้วในหนึ่งเกมสถิติบอกไว้ว่า ซาบี จ่ายบอล 100 ครั้งจะเสียเพียง 4 ถึง 5 ครั้งเท่านั้น ซาบี สามารถจ่ายบอลได้ดีทั้งลูกเลียดและลูกโยน แต่ที่เป็นเครื่องหมายการเลยก็คือ ลูกจ่าย “คิลเลอร์ พาส”
2. คริสเตียโน โรนัลโด
ชื่อเต็มว่า คริสเตียโน โดช ซันโตส อาไวโร เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวโปรตุเกส เขาย้ายสโมสรด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป อยู่กับ เรอัล มาดริด ในลาลีก้า คริสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส เป็นบุตรชายของนายชูเซ ดีนิช อาไวโร (เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2548 ขณะมีอายุ 52 ปี) กับนางมาเรีย ดูโลริช อาไวโร เป็นบุตรชายคนเล็กในพี่น้อง 4 คน ถึงแม้ตอนเกิดเขาจะคลอดก่อนกำหนดแต่ก็มีน้ำหนักสมบูรณ์ถึง 8 ปอนด์
โรนัลโดมีจุดเด่นที่มีทักษะในการครองบอลและมีความคล่องตัวสูง การเลี้ยงบอลที่รวดเร็วแข็งแกร่งบวกกับลูกยิงที่ทรงพลัง แถมยังมีลูกฟรีคิดที่หนักน่วง ต้องบอกได้เลยว่าเป็นนักฟุตบอลที่ครบเครื่องที่สุดเท่าที่โลกมนุษย์เคยมีมา ก็ได้ และด้วยผลงานการทำประตูในฤดูกาลนี้ให้กับ เรอัล มาดริด ก็บอกได้แล้วว่า 80 ล้านปอนด์ที่เสียไปคุ้มค่าจริงๆ
1.ลีโอเนล เมสซี่
ลีโอเนล เมสซี่ เกิดวันที่ 24 มิถุนายน 1987 ขณะอายุ 5 ขวบเค้าก็หัดเล่นฟุตบอล ในปี 1995 เมสซี่ได้เข้าสังกัด นีเวลล์ โอลด์ บอย ตอนนั้นเขาอายุ 11 ปี แต่เมสซี่มีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตของฮอร์โมนทำให้เขาตัวเล็กกว่าเด็กวัย เดียวกันมาก ขณะนั้น คาเรส เรซัคส์ สปอร์ตไดเรกเตอร์ของบาร์เซโลน่าก็ได้เห็นแววเจ้าหนูคนนี้ จึงยื่นข้อเสนอที่จะเซ็นสัญญาให้กับเค้า พร้อมกับจ่ายค่ายาในการรักษาตัวด้วย ถ้าเมสซี่ตกลงจะย้ายมาใช้ชีวิตใหม่ในสเปนกับบาร์ซ่า ตั้งแต่นั้นมาครอบครัวเมสซี่จึงย้ายไปอยู่ในสเปนกัน -ในปี 2006-07 เมสซี่โชว์ฟอร์มสุดยอดอย่างสม่ำเสมอ
เมสซี่ ก็ฉายแววอัจศริยะลูกหนังในเกมพบกับ รีลมาริดคู่ปรับตลอดกาล ซึ่งเมสซี่ก็ได้ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกแรกสำเร็จ แต่ในฤดูกาลนี้เค้าไม่สามารถช่วยบาร์ซ่าค้าแชมป์ ลาลีกา ได้ ดันแพ้ มาดริดไปแบบเฉียดเส้นยาแดงด้วยกฎเฮด ทูเฮด เมสซี่ซึ่งนอกจากมีรูปร่างและสไตล์การเล่นใกล้เคียงกับ มาราโดน่า 1ในตำนานของอาเจนติน่าแล้ว เค้ายังสามารถตอกย้ำสิ่งที่เหมือนเข้าไปใหญ่คือการเลี้ยงหลบผู้เล่น 6 คน(รวมโกลด้วย)ของเคตาเฟ่ เข้าไปยิงประตู อีกทั้งในนัดเจอเอสปันญ่อล เค้ายังสามารถทำประตูแบบ Hand of god ที่มาราโดน่าทำได้อีกด้วย
เมสซี่ถนัดซ้าย แต่ไรจ์การ์ดให้เค้าเล่นปีกขวา แต่เจ้าหนูก็ยังเล่นได้อย่างเนียนมาก จนกลายเป็นตำแหน่งถนัดของเขาไปเลย ต้องบอกได้เลยว่าใครที่เกิดมาดูเมสซี่ ทันนั้นมีบุญจริงๆ จนแฟนบอลชาวไทยต่างยกย่องให้เขาเป็น “มนุษย์ต่างดาว” ไปเรียบร้อยแล้ว
สโมสร

Real Madrid

ยุคของมูรีนโยและซุปเปอร์สตาร์คนใหม่(2009-ปัจจุบัน)

เรอัล มาดริด ชุดทีมเยือนในปัจจุบัน ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ มูรีนโย
ทางสโมสรเลยตัดสินใจนำ โชเซ มูรีนโย อดีตกุนซือ สโมสรฟุตบอลเชลซี ในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ เข้ามาคุมทีมต่อจาก มานวยล์ เปเยกรีนี
  • ฤดูกาล 2010-2011 และเมื่อ โฟลเรนตีโน เปเรซ เสร็จภารกิจในการทำธุระที่ต่างประเทศเสร็จเขาได้กลับมาเป้นประธานของสโมสร แทน โรมอน คาร์เดอรอน อีกครั้ง ในฤดูกาลนี้เรอัล มาดริด ได้คว้าแชมป์ โกปาเดลเรย์ ได้โดยชนะ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ไป 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ โดย คริสเตียโน โรนัลโด เป็นคนยิงประตูชัยให้ในนาทีที่ 102 และสามารถจบที่อันดับ 2 ได้และสามารถไปเล่น ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และเป็นครั้งที่ 55 ของสโมสร
  • ฤดูกาล 2011-2012 เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 32 ของทีมได้ โดยทราบผลทั้งที่ยังไม่ได้ทันได้ปิดฤดูกาล[9] และเมื่อจบฤดูกาลก็สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 100 คะแนน เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์[10]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

ณ วันที่22 December 2011.[11]
หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ
No.
ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของสเปน GK อีเกร์ กาซียัส (กัปตันทีม)[12]
2 ธงชาติของฝรั่งเศส DF ราฟาแอล วาราเน
3 ธงชาติของโปรตุเกส DF เปเป
4 ธงชาติของสเปน DF เซร์คีโอ ราโมส (รองกัปตันทีม)[12]
5 ธงชาติของโปรตุเกส DF ฟาบีอู กูเองเตรา
6 ธงชาติของเยอรมนี MF ซามี เคดีรา
7 ธงชาติของโปรตุเกส FW คริสเตียโน โรนัลโด
8 ธงชาติของบราซิล MF กาก้า
9 ธงชาติของฝรั่งเศส FW คาริม เบนเซมา
10 ธงชาติของเยอรมนี MF เมซุท เออซิล
11 ธงชาติของสเปน MF เอสเตบัน กราเนโร
12 ธงชาติของบราซิล DF มาร์เซลู วีเอรา (รองกัปตันทีมที่ 2)[12]
13 ธงชาติของสเปน GK อันโตเนียว อาดัง

No.
ตำแหน่ง ผู้เล่น
14 ธงชาติของสเปน MF ชาบี อาลอนโซ
15 ธงชาติของกานา MF มิคาเอล เอสเซียง (ยืมตัวจาก เชลซี)
16 ธงชาติของโปรตุเกส DF รีการ์ดู การ์วัลยู
17 ธงชาติของสเปน DF อัลบาโร อาร์เบโลอา
18 ธงชาติของสเปน DF ราอุล อัลบีออล
19 ธงชาติของโครเอเชีย MF ลูคา โมดริช
20 ธงชาติของอาร์เจนตินา FW กอนซาโล อีกวาอิน (รองกัปตันทีมที่ 3)[12]
21 ธงชาติของสเปน MF โคเซ มารีอา กาเยคอน
22 ธงชาติของอาร์เจนตินา MF อังเคล ดี มารีอา
29 ธงชาติของสเปน FW อัลบาโร มอราตา
35 ธงชาติของสเปน GK เฆซุส เฟอร์นันเดซ

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ
No.
ตำแหน่ง ผู้เล่น
15 ธงชาติของตุรกี MF นูรี ชาฮิน (ไป ลิเวอร์พูล)
ธงชาติของสเปน MF เปโดร เลออน (ไป เกตาเฟ่)
ประวัติของสโมสร


สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลเริ่มต้นขึ้น เมื่อกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซนอลในแขวงวูลิช กรุงลอนดอน ก่อตั้งทีมฟุตบอลของตนเองขึ้นมาเมื่อปลายปี ค.ศ. 1886 ในชื่อ ไดอัล สแควร์ การแข่งขันแรกของทีมคือเกมที่สามารถเก็บชัยชนะเหนือทีมอีสเทิร์น วันเดอเรอร์ส 6-0 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1886 หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็น รอยัลอาร์เซนอล และยังคงแข่งขันในเกมอุ่นเครื่องและรายการท้องถิ่นต่อไป จากนั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพแล้วหันมาใช้ชื่อ วูลิชอาร์เซนอลในปี 1891 สโมสรแห่งนี้ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในปี 1893 ในดิวิชั่น 2 จากนั้นในปี 1904 ก็ได้ก้าวขึ้นมาอยู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ในทางภูมิศาสตร์นั้นจะเห็นว่าสโมสรแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวเกินไป ส่งผลกระทบให้จำนวนผู้ชมมีน้อยกว่าสโมสรอื่นจนกระทั่งทีมต้องประสบกับปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนนำไปสู่การยุบทีมในปี 1910 เมื่อเฮนรี นอร์ริสได้เข้ามาเทคโอเวอร์[1] นอร์ริสพยายามมองหาแนวทางที่จะย้ายที่ตั้งของสโมสรไปอยู่ที่อื่นจนกระทั่งในปี 1913 หลังจากที่ตกชั้นดิวิชั่น 1 มาอยู่ดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมนั้น อาร์เซนอลก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อาร์เซนอลสเตเดียมในย่านไฮบิวรี่ บริเวณลอนดอนเหนือ ในปีต่อมา สโมสรได้ตัดสินใจตัดคำว่า "วูลิช" ออกจากชื่อสโมสรจนเหลือเพียง อาร์เซนอล เท่าที่เห็นในปัจจุบัน[2] หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ลีกดิวิชั่น 1 ก็เพิ่มจำนวนทีมเป็น 22 ทีม อาร์เซนอลได้อันดับ 5 ของดิวิชั่น 2 ในปี 1919 แต่ถึงกระนั้นก็ได้รับเลือกให้กลับขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 อีกครั้งหนึ่ง[3] และอาร์เซนอลก็ไม่เคยถูกลดชั้นหรือตกชั้นเลยนับตั้งแต่นั้นมา 
สำหรับผู้จัดการทีม อาเซนอล
1996 Arsene Wenger
1995 - 96 Bruce Rioch
1986 - 95 George Graham
1984 - 85 Don Howe
1976 - 83 Terry Neill
1966 - 76 Bertie Mee
1962 - 66 Billy Wright
1958 - 62 George Swindon
1956 - 58 Jack Crayston
1947 - 56 Tom Whittaker
1934 - 47 George Allison
1925 - 34 Herbert Chapman
1919 - 25 Leslie Knighton
1908 - 15 George Morrell
1904 - 08 Phil Kelso
1899 - 04 Harry Bradshaw
1898 - 99 George Elcoat
1897 - 98 Tom Mitchell
1894 - 97 Sam Hollis








                                แนะนำสมาชิก


สมาชิก

นาย ภานุเดช  ภาวะดี    เลขที่  7
นาย เจษฎา    มะปะเข  เลขที่ 4
นาย ธนากร    เหลาบัว  เลขที่ 5
นาย วีระพงษ์  วงษ์แก้ว  เลขที่ 23
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนธรรมโฆษิตวิทยา
บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา คอมพิวเตอร์ ง30206
ส่ง คุณครูเนตรชนก ศรีโท
บล็อกนี้ชื่อ รวมพลคนบ้าบอล มีจุดประสงค์ในการสร้านขึ้นเพื่อแนะนำเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล
ซึ่งเป็นบล็อที่แนะนำเกี่ยวกับการเล่นบอล การแข่งขันฟุตบอลทั้งของในประเทศไทยและบอลโลก
โดยบลฝ้อกนี้จะนำเสนอทั้งช๊อดเด็ดๆในการยิงประตูและคลิปการแข่งขันสุดมัน และอาจจะนำคลิปที่เป็นลูกยิงแบบตลกๆมาเสนอด้วย ฉะนั้นเราจึงใด้สร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อให้แฟนบอลใด้เข้ามาชมกัน และหวังว่าจะมีผู้เข้าชมกันมากๆนะครับ